โครงการสร้างพื๊นฐานทักษะชีวิต "คนดีที่วิริยะ"

 

ตอน “ขึ้นภูฝึกมวยไทยกับศิษย์ครูเฒ่า”

 


 

 

ในยุคปัจจุบันการเป็นคนเก่งไม่ใช่เรื่องยาก มีช่องทางส่งเสริมมากมาย แต่ในยุคนี้กลับมีปัญหาเรื่องการทำให้เป็นคนดี หากคำว่าคนดี คือคนที่มีคุณประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ย่อมหมายความว่า คนดีจะเป็นคนที่พึ่งตนเองได้ เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และคนอื่น และในทางตรงข้าม จะต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นนั่นเอง

ทำอย่างไรจะทำให้คนเป็นคนดีเป็นปัญหาใหญ่ จากสิ่งที่เป็นอยู่การศึกษาไม่ใช่คำตอบ ครอบครัวก็ไม่มีคำตอบ สิ่งที่เป็นที่ยอมรับกันประการหนึ่งคือ ไม้แก่ดัดยาก ไม้อ่อนดัดง่าย การทำให้ผู้ใหญ่เป็นคนดีจึงเป็นเรื่องยากกว่าการสร้างที่เด็ก จึงมีความเชื่อว่าหากจะทำให้คนเป็นคนดีจะต้องเริ่มที่เด็ก แต่จะทำอย่างไร? การส่งเด็กไปฝึกอบรมสมาธิตามสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ดังที่เข้าใจกันว่าจะทำให้เด็กเป็นคนดีจะเป็นจริงหรือ? ในเมื่อการอบรมสมาธิโดยพระ โดยนักบวช เป้าหมายที่แท้จริงคือการหลุดพ้นตามแนวทางของศาสนา เป็นการอบรมทำความดีในแบบฉบับของนักบวชซึ่งต่างจากแบบฉบับของทางโลกที่เป็นปุถุชนหาเลี้ยงชีพจึงไม่แน่ใจว่าจะไปกันได้หรือไม่ 

จากประสบการณ์การทำงานค่ายมานานกว่า 15 ปี พบว่าสิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงเด็กได้คือ ประสบการณ์ชีวิตจริงที่เด็กๆ ได้พบในวัยเด็ก และจากประสบการณ์ชีวิตผู้เขียนพบว่า ธรรมะที่พูดกัน ที่ยอมรับกันว่าเป็นของสูง ของดี ใครมีธรรมะอาจเรียกได้ว่าเป็นคนดี แท้จริงแล้วธรรมะก็คือธรรมชาติ สิ่งที่องค์ศาสดาตรัสรู้ก็คือ การค้นพบกฎธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่ทางพ้นทุกข์อันเป็นที่สุดในทางธรรม ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เช่น ไอน์สไตน์ ก็ยิ่งใหญ่ด้วยการค้นพบกฎธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ที่จะพัฒนาไปสู่ความเจริญของทางโลก ดังนั้นจะพูดได้หรือไม่ว่าพื้นฐานของการเป็นคนดี คือคนนั้นจะต้องมีธรรมชาติอยู่ในใจ เป็นคนรักธรรมชาติ เห็นความสำคัญของธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ หากเป็นเช่นนั้นจะนำไปสู่การเข้าใจกฎของธรรมชาติทั้งหลาย ทั้งทางธรรม เช่น กฎแห่งกรรม และทางโลก ได้แก่ ความเป็นจริงทางธรรมชาติทั้งหลาย จึงสามารถเลือกทางเดินชีวิตที่จะไม่สร้างทุกข์ให้แก่ตนเอง และไม่สร้างทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ด้วยพื้นฐานการรักธรรมชาติแล้วเกิดความคิดที่จะพัฒนาตนเองหรือก้าวไปสู่ความสำเร็จตามวิถีชีวิตทางโลก ผลที่ตามมา คนผู้นั้นจะเลือกทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น เพื่อที่จะให้กฎแห่งกรรมทำงานแสดงออกมาแต่ผลที่ดี ดังนั้นสรุปได้หรือไม่ว่า คนดีจะต้องมีพื้นฐานของการรักธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ และต้องมีความพยายาม วิริยะ อุตสาหะ ทั้งสามารถอดทน และหักห้ามต่อกิเลสของตนได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องผ่านการฝึกฝน ทดสอบ และมีประสบการณ์ชีวิตจริงในวัยเด็ก หากการสร้างพื้นฐานให้เยาวชนรักและเข้าใจธรรมชาติเป็นพื้นฐานของการเป็นคนดีเช่นนี้จริง การสร้างประสบการณ์ชีวิตจริงให้เกิดกับเด็กย่อมจะเป็นการสร้างคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นคนดี ซึ่งมันจะแสดงผลออกมาในตอนโต อย่างน้อยคนเหล่านี้น่าจะเลือกประกอบอาชีพที่ไม่ทำลายธรรมชาติเพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมและโลกมากแล้ว

ผู้เขียนเชื่อว่าประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก คือพื้นฐานของชีวิตในวัยโต การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการได้มีประสบการณ์จริง และการจะเป็นคนดีนั้นพื้นฐานจะต้องมีความรักและเข้าใจธรรมชาติอยู่ด้วย จึงจะพัฒนาไปสู่พฤติกรรมที่เรียกว่าเป็นคนดีได้ ดังนั้น หากเชื่อเช่นนี้ ใครต้องการให้บุตรหลานเป็นคนดี จึงต้องทำให้เขารักและเข้าใจธรรมชาติ โดยผ่านประสบการณ์จริงในธรรมชาติ ได้แก่ ป่าเขาลำเนาไพร การใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะต้องมีการปรับตัวและเรียนรู้อย่างมาก จะทำให้เข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง การอดทนต่อความยากลำบากจะก่อเกิดความพยายาม ความวิริยะ อุตสาหะขึ้นในจิตใจ และจะเป็นคุณสมบัติของคนนั้นต่อไปในวัยโตเป็นผู้ใหญ่ 

การรักธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติยังนำมาซึ่งการเห็นความสำคัญของธรรมชาติ หวงแหนธรรมชาติเนื่องจากรู้คุณของธรรมชาติ การรู้คุณของผู้มีคุณย่อมเป็นคุณสมบัติของคนดี และเป็นคุณธรรมเบื้องต้นที่ผู้ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตพึงมี

การทำให้เด็กรักและเข้าใจธรรมชาติ จะทำให้เขาพ้นจากการติดเกมส์ ติดโลก สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง เช่น อิสระจากพันธนาการจากสิ่งอำนวยความสะดวกได้ การดำรงชีวิตจึงไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากจนเกินไป แต่จะกลายเป็นคนที่เป็นคุณประโยชน์ต่อธรรมชาติและผู้อื่นอย่างมาก

ในปัจจุบันมวยไทยเป็นศิลปการต่อสู้ที่โด่งดังเป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่ยังขาดการส่งเสริมจริงจังในกลุ่มเยาวชน ศิลปะมวยไทยนอกจากใช้ในการแข่งขันกีฬามวยไทยแล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนาน ได้ประโยชน์ในการป้องกันตัว สร้างความเข้มแข็งให้แก่ตนเอง ฝึกและเรียนรู้ได้ทั้งชายและหญิง การฝึกฝนเรียนรู้ในวัยเด็กจะได้ประโยชน์มาก เพราะมวยไทยจะต้องฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติ จึงจะติดตัวไปตลอดชีวิต

ครูเฒ่าหรืออาจารย์สุพร วงศาโรจน์ เป็นครูมวยคนแรกของอภิเดช ศิษย์หิรัญ หรือฉายาจอมเตะแห่งบางนกแขวกเป็นนักมวยไทยที่โด่งดังในอดีต ในแคมป์นี้เราได้ศิษย์คนสุดท้ายของครูเฒ่ามาสอนมวยไทย ให้แก่น้องๆ ได้เรียนรู้ศิลปะมวยไทยของเดิมๆ เพื่อการออกกำลังกายอย่างสนุกสนานสร้างความเข้มแข็งให้แก่ร่างกายและได้วิชาป้องกันตนเองอีกด้วย

 

กิจกรรม

-     เยาวชนจะได้ฝึกฝนความวิริยะของตนด้วยการเดินขึ้นภูที่ต้องอาศัยความวิริยะเป็นพิเศษ แต่ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม อากาศที่ดี เพื่อนและพี่ที่เป็นกันเองพร้อมกิจกรรมที่แปลกใหม่ ความลำบากจึงถูกเปลี่ยนเป็นความสนุกสนาน ระยะเวลาที่ยาวนานในการเดิน  4 – 5 ชั่วโมงจึงเป็นเส้นทางสร้างความวิริยะไปในตัว

-    เยาวชนจะได้เรียนรู้สรรพสิ่งตามความเป็นจริง ได้เห็นสิ่งต่างๆเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน ได้เรียนรู้กฎแห่งการเปลี่ยนแปลง  ความสงบในธรรมชาติจะทำให้เยาวชนมองเห็นสภาพจิตใจตนเองลางๆ เมื่อได้รับการกระตุ้นจากวิทยากรผ่านกิจกรรมสนุกสนานต่างๆ อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่เป็นพื้นฐานของการเป็นคนฉลาด เก่ง และเป็นคนดี

-    การเห็นจิตตนเองคือ ที่สุดแห่งการเรียนรู้สรรพสิ่งตามความเป็นจริงใช่หรือไม่ ประสบการณ์จะทำให้เยาวชนรู้จักตัวเอง การรู้จักตนเองอย่างแท้จริงจึงเป็นเหตุให้เยาวชนเติบโตเป็นคนดีได้

-    เยาวชนจะได้เรียนรู้การดำรงชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง ทำอาหาร การจัดการกับภาชนะของตน การชำระล้างร่างกาย ดูแลที่นอนของตนและเพื่อน การจัดการกับเสื้อผ้า ที่พักของตน เป็นต้น

-    การได้เพื่อน เรียนรู้การเป็นเพื่อนกับคนอื่นที่เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับเราและร่วมลำบากกับเรา ย่อมเป็นการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในการเข้าสังคมในอนาคต

-     การเข้าใจและเห็นความสำคัญและความจริงของธรรมชาติ เช่น ได้เห็นภูเขา ป่าไม้อันเขียวขจี ดวงดาวมากมาย จึงเข้าใจได้ว่าตนเองเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆในจักรวาลอันกว้างไกลไม่รู้จบเท่านั้นเอง ความเข้าใจเช่นนี้ก็มีความสำคัญที่ไม่ทำให้เราหลงตนเอง  

-     เรียนรู้การออกกำลังกายโดยฝึกมวยไทยเป็นของแถม เป็นการฝึกฝนร่างกายให้คล่องแคล่วในการเคลื่อนไหว  การใช้อวัยวะแขนขา ร่างกายได้ชำนาญ ที่สำคัญฝึกการทรงตัวได้ดียิ่งจะทำให้เด็กเติบโตสมส่วนและร่างกายใหญ่สมเป็นชายหญิงไทยที่แข็งแรงในอนาคต

-     ทุกกิจกรรมความปลอดภัยมาก่อน ดูแลโดย จนท.ที่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็ก การทำกิจกรรม และวิทยากรที่เข้าใจโครงการฯ อยู่ร่วมตลอดการเดินทาง

 

 

สถานที่   อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  จังหวัดอุตรดิตถ์  
ค่าใช้จ่าย         6,700 บาท
ระดับคะแนน    เป็นส่วนหนึ่งของวิชาทักษะชีวิต
ผู้ดูแล              ทีมงานมวช. & ทีมงาน ECE.
จำนวนที่รับ      15 คน

 
 
คุณสมบัติผู้สมัคร
1. อายุ 9 - 17 ปี       สุขภาพแข็งแรง
2. สามารถปฏิบัติตามที่โครงการกำหนด
3. บิดามารดาให้ความยินยอมและมีความเข้าใจโครงการ
4. ยินดีชำระค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งได้ตามกำหนด

ระเบียบการ ใบสมัคร

ตารางกิจกรรม